วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552

อย่าโง่ !

"...เป็นเรื่องโง่มาก ถ้าคุณคิดว่า iPhone จะไม่ใช่คู่แข่งของอุตสาหกรรมเกมแบบเดิมๆ..."

Brett Seyler
GarageGames

โปรแกรม iPhone ขายกันได้ซักกี่ตังค์

หลายคนถามว่าทำโปรแกรมใน AppStore ของ iPhone นี่มันน่าจะมีอนาคตมั้ย ก็เลยเอาสถิติที่เค้าทำกันไว้มาให้ดูเล่นๆ

(ที่มา: JoelComm.com )

นี่คือยอดขายโปรแกรม iFart ช่วงที่ขึ้นอันดับ 1 ของ AppStore
  • 12/12 - 75 units - #70 entertainment
  • 12/13 - 296 units - #16 entertainment
  • 12/14 - 841 units - #76 overall, #8 entertainment
  • 12/15 - 1510 units - #39 overall, #5 entertainment
  • 12/16 - 1797 units - #22 overall, #3 entertainment
  • 12/17 - 2836 units - #15 overall, #3 entertainment
  • 12/18 - 3086 units - #10 overall, #3 entertainment
  • 12/19 - 3117 units - #9 overall, #2 entertainment
  • 12/20 - 5497 units, - #4 overall, #2 entertainment
  • 12/21 - 9760 units - #2 overall, #1 entertainment
  • 12/22 - 13274 units - #1 overall
เป็นยอดขายต่อวันนะครับ - วันละกว่า 13,200 ชุด (ตีเป็นมูลค่าประมาณวันละ 400,000 กว่าบาท)

อย่าลืมว่าเป็น App ที่ทำด้วยคนๆเดียวนะครับ ตลาดนี้ไม่สนใจก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วครับ

ถ้ามองให้ลึกลงไปถึงเรื่องนี้ นี่คือโอกาสสำคัญของนักพัฒนาทีมเล็กๆอย่างในเมืองไทยที่จะเข้าสู่ตลาดโลก สนามเดียวที่นักพัฒนาเจ้าเล็กๆ สามารถเขย่าขวัญยักษ์ใหญ่ของวงการได้อย่างคาดไม่ถึง

Brian Greenstone จาก Pangia ซึ่งเป็นเจ้าแห่งเกมใน OS X และ iPhone ยังออกมาโอดครวญ

"...ต่อให้คุณมีเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก มันก็อาจขายได้ไม่เท่ากับ iFart..."

เหอ..เหอ..ทีของตัวเล็กๆบ้างละ...


ทีดีอาร์ไอเสนอมาตรการ 8 ข้อ เร่งรัฐ ส่งเสริมอุตสาหกรรมไอซีที

นายสมเกียรติ  ตั้งกิจวาณิชย์  รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า การที่อุตสาหกรรมไอซีทีของประเทศไทย จะก้าวสู่ระดับสากลและดึงการลงทุนจากต่างประเทศได้นั้น ภาครัฐควรเร่งการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในตลาดซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ การบริการ และโทรคมนาคม เนื่องจากขณะนี้ อุตสาหกรรมดังกล่าวกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ สถาบันได้ศึกษาแนวทางหลัก 8 ข้อ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีก้าวสู่ระดับสากลได้ ได้แก่ 
  1. นโยบายการปรับปรุงระบบจัดเก็บฐานข้อมูลอย่างมีเอกภาพ   
  2. การเข้มงวดคุณภาพด้านไอที โดยการสร้างคุณภาพให้แตกต่างจากประเทศอื่น 
  3. การเชื่อมโยงการลงทุนในประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ 
  4. ส่งเสริมนโยบายซอฟต์แวร์ต้องมุ่งสู่นโยบายภาครัฐที่ชัดเจน เนื่องจากตลาดซอฟต์แวร์ของภาครัฐถือเป็นตลาดใหญ่โดยมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท 
  5. มีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถส่งออกต่างประเทศได้ 
  6. ส่งเสริมบุคคลกรที่มีความสามารถด้านไอซีทีจากต่างประเทศในการผลักดันและพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 
  7. เปิดเสรีภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคม 
  8. ปรับปรุงข้อกฎหมาย หลักเกณฑ์ และการทำงานของสำนักงานกิจการโทรคมนาคมไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(ข่าวจากไทยรัฐ  20 มีนาคม 2009)

อ่านแล้วอารมณ์เสีย ตลาดขนาดมโหฬารที่นักพัฒนาทั้งโลกกำลังตื่นเต้นวางอยู่ตรงหน้า มันจะมาร่าง "นโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถส่งออกต่างประเทศได้" อยู่นั่นแหละ 

มันไม่เห็นจะต้องร่างนโยบายอะไรนักหนา ทำเลยสิครับ ทำเลย... ผมละเบื่อจริงๆ

แค่เอานักพัฒนาไทยมานั่งรวมกัน ชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ๆอย่าง AppStore ของ iPhone, จัดฝึกอบรมแบบเร่งด่วน, ให้คำปรึกษาการออกแบบ App ที่ถูกใจฝรั่ง, พัฒนาแล้วก็ออกขาย ไม่น่าจะเกินสามเดือน App ไทยก็น่าจะไปโลดใน AppStore ได้ไม่ยาก

โปรแกรมไทยอย่าง ParkingLot ทำกันไม่กี่คน ออกขายเดือนพฤศจิกายน 2008 ตอนนี้ก็อยู่อันดับ 50 กว่า (จากทั้งหมด 26,000 App) ถ้ามีแบบนี้ซักหลายๆ App จากไทย มันก็เกิดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ส่งออกได้ไม่ยากหรอก (วะ)

มัวแต่เสนอให้ร่างนโยบาย ตายพอดี...

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552

ยอด download ของ Apple's AppStore


Apple's AppStore เริ่มเปิดตัวเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2008 และประสบความสำเร็จอย่างสูง เพียงแค่ 8 เดือนยอดการ download ของ Software ก็พุ่งขึ้นไปถึง 800 ล้าน download ลองมาดูการเติบโตที่น่าทึ่งนี้ครับ
  • ในเดือนแรก มี Application อยู่ 1,900 ตัว ได้ยอด download 60 ล้านครั้ง ทำเงินไป 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (วันละล้านเหรียญ) จน Steve Jobs เองก็แปลกใจ ถึงกับกล่าว่า "I've never seen anything like this in my career..."
  • อีกเดือนนึงต่อมา (60 วัน) ยอด download ก็ครบ 100 ล้าน (September 9, 2008)
  • อีก 50 วัน ยอด download ก็ครบ 200 ล้าน (October 27, 2008)
  • อีก 40 วัน ยอด download ก็ครบ 300 ล้าน (December 5, 2008)
  • อีก 40 วัน ยอด download ก็ครบ 500 ล้าน (January 16, 2008)
  • อีก 60 วัน ยอด download ก็ครบ 800 ล้าน (March 17, 2008)

ถ้าดูสองช่วงสุดท้ายจะเป็นว่าอัตราการ download เริ่มคงที่ ที่ประมาณ 5 ล้าน download ต่อวัน ซึ่งคงต้องดูต่อไป เพราะหลังจากการประกาศตัว iPhone 3.0 ที่สามารถ upgrade จากเครื่องเดิมได้ น่าจะทำให้ตลาดมั่นใจขึ้นอีกมาก...

ลองมาดูปริมาณเครื่อง iPhone OS (iPhone + iPod Touch) ดูบ้าง
  • ปี 2007 ขาย iPhone ได้ 4 ล้านเครื่อง
  • ปี 2008 ขาย iPhone ได้ 13.7 ล้านเครื่อง
  • ปี 2007-2008 ขาย iPod Touch ได้ 13 ล้านเครื่อง
สรุปว่าตอนนี้มีเครื่อง iPhone OS อยู่ในตลาดมากกว่า 30 ล้านเครื่องแล้ว เทียบกับเจ้าอื่นยังแพ้อยู่ เจ้าอื่นมียอดขาย 2007-2008 ดังนี้
  • Nokia 120 ล้านเครื่อง
  • Windows Mobile 35 ล้านเครื่อง
แต่ยอดซอฟต์แวร์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง Apple ได้สร้างปาฎิหารย์โดยการดึงความสนใจจากนักพัฒนาอย่างถล่มทลาย เพียง 8 เดือน iPhone มีซอฟต์แวร์สนับสนุนมากถึง 25,000 ตัว เทียบกับ Windows Mobile ที่มีซอฟต์แวร์ 20,000 ตัว แต่ใช้เวลาถึง 9 ปี...

ใครว่าไงก็ช่าง ผมว่าตลาด iPhone คือโอกาสใหญ่มากๆของนักพัฒนา...

iPhone 3.0 sneak preview กับการพัฒนาเกม

วันที่ 17 มีนาคม 2009 ที่ผ่านมา Apple จัดงาน preview สำหรับ iPhone 3.0 ได้ประสบความสำเร็จมากทีเดียว บรรดานักวิจารณ์และนักพัฒนาตอบสนองในทางบวกมากกับ features ใหม่ๆ หลายอย่าง

สำหรับนักพัฒนาเกม มีหลาย features ที่น่าสนใจ ดังนี้
  1. In-game purchasing แน่นอนว่าการขาย items, level หรือ pack ใหม่สำหรับเกมได้โดยตรงโดยไม่ต้องออกจากเกมเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของนักพัฒนาเกมใน iPhone ทำให้ features นี้รับไปเต็มๆกับการตอบสนองทางบวกมากๆจากนักพัฒนา ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าจะมี Premium AppStore สำหรับเกมฟอร์มยักษ์ ซึ่งไม่ค่อยเข้าท่า พอออกมาเป็น in-game purchasing ก็เลยเฮกันไปตามๆกัน
  2. Peer-to-peer เป็นการเล่นเกม multiplayer ระหว่างเครื่อง iPhone OS ด้วยกัน ผ่านทาง Bluetooth โดยไม่ต้อง paring แถมยังใช้ Bonjour ในการค้นหาเครื่อง ซึ่งน่าจะสะดวกสำหรับผู้เล่นมาก อันนี้ก็รับไปเต็มๆกับการตอบสนองจากนักพัฒนาในทางบวกมากอีกเหมือนกัน
  3. iPod Library Access โปรแกรมสามารถเข้าถึง เพลง และ media ของเครื่องได้ ซึ่งหมายความว่าเกมสามารถให้ users เลือก background music จากเพลงของตนเองได้ แน่นอนว่าสุนทรีย์ในการเล่นเกมสำหรับผู้เล่นจะสูงขึ้นมาก ไม่ต้องทนฟัง music loop ห่วยๆของเกมอีกต่อไป
  4. Push notification เมื่อ server ต้องการ alert ผู้เล่น server ก็สามารถส่ง Badge Alert (ตัวเลขบน icon) หรือแม้กระทั่งเสียง หรือ pop up text (เหมือน sms เข้ามา) ให้กับผู้เล่นได้ อันนี้เหมาะมากสำหรับ MMORPG หรือ Virtual Pet เอามากๆ
  5. In-game voice chat ผ่าน WiFi ในงาน preview ที่ผ่านมา ngmoco แสดง FPS แบบ multi-player ได้ประทับใจพอควร มี in-game voice chat ให้ฮือฮากันด้วย อันนี้คงทำให้ตลาด FPS คึกคักแน่
  6. Shake API สามารถใช้การเขย่าในการ undo หรือ reset อันนี้คอ Puzzle คงชอบ
  7. In-app Maps โปรแกรมสามารถใช้ Maps ได้ในเกม ซึ่งน่าจะทำให้ถึงยุคของ location-based games ผมว่าเกมแปลกๆคงออกมาเพียบแน่
  8. In-app e-mail อันนี้คงช่วยในด้านการ support สำหรับนักพัฒนาให้สะดวกขึ้นครับ
สรุปว่า มีเรื่องต้องเรียนกันพอสมควรเลยครับ แต่ก็น่าจะคุ้มเหนื่อย...